รีวิว CRIMSON PEAK ปราสาทสีเลือด ไม่ใช่หนังผี โดยใช้ “ผี” เป็นอุปมาอุปไมย

         รีวิว CRIMSON PEAK เราโอเคที่นางเอกบอกฉันตั้งแต่ต้นเรื่องว่า นี่ไม่ใช่หนังผีแต่เป็นเรื่องราวที่มีผีเป็นส่วนประกอบ และเธอชอบใช้ “ผี” เป็นอุปมาแทน “อดีต” ในงานเขียนของเธอ แต่ฉันไม่เห็นว่าหนังเรื่องนี้จะดึงจุดนั้นมาบดขยี้ได้ขนาดไหน

         แม้จะไม่ใช่หนังผี แต่หนังก็ยังพยายามทำให้ตื่นเต้นเร้าใจ โดยสร้างบรรยากาศที่น่ากลัวและนำผีมา “หลอก” ผู้ชมเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ใช่หนังผี ตอนผีออกก็มักจะตลก (หรือบางทีฉันกลัวทรงผมนางเอกเวลานอนมากกว่ากลัวผีตอนกลางคืน)

         ตัวอย่างเช่น ปราสาทสกปรก ใช่ไหม? มันเป็นชุดกอธิคที่ยาว ยาว แพรวพราวใช่มั้ย? พอนางเอกใส่ชุดนอน คนๆ นั้นก็หนีผี กลายเป็นประเด็นตลก เพราะไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ชายกระโปรงของเธอช่วยกวาดใบไม้เพื่อให้พื้นปราสาทสะอาด จนฉันสงสัยว่าเขาจะทำหนังตลกหรืออะไรทำนองนั้น

รีวิว CRIMSON PEAK

         แน่นอน เพราะมันไม่ใช่หนังผีอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในหนังจึงไม่ใช่ “ผีปลอม” แต่เป็น “คนโง่” แต่ปัญหาของ Crimson Peak สำหรับเราก็คือภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่สามารถหลอกคนดูได้ ยังเข้าไม่ได้

         เราพบว่าการเล่าเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อ โดยเฉพาะการปูเรื่องก่อนที่นางเอกจะย้ายบ้านไปอีกนาน นอกจากเนื้อเรื่องแล้วคาดเดาได้ไม่ยาก ยิ่งคุณเดาได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง เลยไม่มีอะไรต้องค้นหา บอกตามตรงว่าพล็อตเรื่องไม่รู้สึกว่าเป็นการหักมุมเท่าไหร่ และก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรที่ไม่แยแสมาก

         สรุป เรื่องราวและการเล่าเรื่องไม่สนุก… ไม่พีคเลย ค่อนข้างผิดหวัง (ไม่นับส่วนอื่นของน้ำมันเน่า) ส่วนตัวคิดว่า หนังยังคงเซอร์เรียล หากคุณทำเช่นนี้ คุณควรทำมันให้เต็มที่ สิ่งที่ดีจริง ๆ ในภาพยนตร์และหรูหรามาก ๆ คืองานสร้างที่มีราคาแพง มีศิลปะ และมีรายละเอียด (รวมถึงการแสดงของสามนักแสดงนำ โดยเฉพาะ เจสสิก้า แชสเทน ผู้ซึ่ง “จิต” ไม่เคยเห็นมาก่อน